การเพาะเห็ดตับเต่า
วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557
เห็ดตับเต่าเป็นเห็ดดำรงชีพแบบเอ็คโตมัยคอร์ไรซ่า (ectomycorrhiza)
คือ ไมคอร์ไรซ่าที่มีเชื้อราอาศัยอยู่บริเวณเซลล์ผิวของรากภายนอก เส้นใยของเชื้อราจะประสานจับตัวกันแน่นคล้ายรากฝอย ช่วยหาน้ำและธาตุอาหารให้แก่รากบริเวณผิวดิน ลักษณะรากจะบวมโตขยายทางเส้นผ่าศูนย์กลางทำให้รากใหญ่ขึ้น รากจะมีลักษณะแตกกิ่งและแขนงเพิ่มมากขึ้น อาจจะมีรูปร่างเป็นกระจุก เป็นง่าม หรือหลายง่าม มีสีต่าง ๆ กัน เช่น สีขาว เหลือง น้ำตาล น้ำตาลแก่ ดำ หรือสีแดง ขึ้นอยู่กับอายุและชนิดของเชื้อรา
ส่วนใหญ่ราเอกโต ไมคอร์ไรซ่าเป็นราชั้นสูงซึ่งสามารถสร้างดอกเห็ดได้ดี มีทั้งที่ดอกเห็ดรับประทานได้และเป็นเห็ดพิษ โดยจะสร้างดอกเห็ดเหนือพื้นดินใต้ร่มไม้บริเวณรากผิวดินเล็กน้อย
การ มีชีวิตอยู่ร่วมกันของเชื้อรานี้กับต้นไม้มีบทบาทอย่างสำคัญยิ่งต่อกระบวน การทางสรีรวิทยาและระบบนิเวศน์ของพืชป่าไม้ ตามรากของต้นไม้ในป่าธรรมชาติจะมีเชื้อราไมคอร์ไรซ่ากระจายอยู่ทั่วไป เช่น ป่าสนเขา ป่าเต็งรัง ป่ายาง และสวนยูคาลิปตัส เป็นต้น การกระจายของราพวกนี้มีความสัมพันธ์กับสภาพทางภูมิศาสตร์ ความชื้น และปัจจัยทางระบบนิเวศน์ของป่าเป็นสำคัญในทั่วทุกภาคของประเทศ
การขยายพันธุ์เห็ดเอ็กโตไมโคไรซ่าโดยวิธีธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นได้หลายทาง
1. โดยสปอร์ของเห็ดที่บานเละแล้ว ถูกฝนชะล้างไปในบริเวณใกล้เคียงที่มีพืชอาศัยอยู่ใกล้กัน
2. โดยแมลงที่มากินดอกเน่าแล้วติดสปอร์ของเห็ดไปแพร่ระบาดไปในที่ห่างไกลวิธี นี้การกระจายแพร่พันธุ์ไปได้ไกลแต่โอกาสที่จะตกบริเวณที่มีพืชอาศัยคงน้อย
3. โดยเส้นใยเห็ดราที่แตกแขนงไปในดินวิธีนี้ต้องมีพืชอาศัยชนิดเดียวกันเกิดชิดติดกันแพร่ระบาดไปได้ช้าแต่มีโอกาสแน่นอนกว่า
4. โดนคนด้วยการเสาะหาเห็ดบานที่กำลังเน่ามาขยี้ละลายในน้ำแล้ว ไปรดบริเวณโคนต้นไม้ที่รู้มาก่อนว่าเป็นพืชอาศัย วิธีนี้จะได้การแพร่ระบาดกว้างขวางมาก
5. ทำการเพาะเลี้ยงขยายเส้นใยในอาหารวุ้นหรืออาหารเหลวจนมีปริมาณมากพอแล้วไป ปั่นกับน้ำทำให้เส้นใยขาดเป็นท่อนเล็กๆ แล้วนำไปรดบริเวณที่เป็นพืชอาศัย วิธีนี้ต้องทำในห้องปฏิบัติการที่ปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากราชนิดอื่น แล้วนำน้ำที่ปั่นแล้ว ไปรดหรือคลุกดินที่จะใช้ปลูกกล้าของพืชอาศัยของเห็ดแต่ละชนิด
โคน ต้นและใต้พุ่มสามารถใส่เชื้อเห็ดเพื่อช่วยการเจริญของต้นรัง และไม้ตระกูลยางนาได้อีกหลายชนิดของเห็ด เช่น เห็ดผึ้ง (เห็ดห้า) เห็ดแดง เห็ดน้ำหมาก เห็ดน้ำแป้ง เห็ดถ่าน เห็ดขิง เห็ดข่า เห็ดไค(เห็ดหล่ม) ใช้เห็ดแก่ๆ ผสมน้ำ ขยำให้สปอร์หลุด นำไปเจือจางด้วยน้ำ ใช้รดโคนต้นไม้ ทำกับต้นเล็กจะโตเร็วมากๆ ทำกับต้นใหญ่ให้โตเร็วขึ้น ต้นใหญ่ยังไม่เคยเกิดเห็ด รดทั้งโคนต้นและใต้พุ่ม ทำในฤดูฝน หรือรดน้ำชุ่มชื้นปีถัดไปจะเริ่มเกิดเห็ด และเกิดมากขึ้นๆ ในปีต่อๆ ไป
ข้อมูลจาก : http://www.infoforthai.com/forum/index.php?topic=4857.0
วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
การเพาะเห็ดตับเต่า
เห็ดตับเต่ามีลักษณะดอกขนาดใหญ่ หมวกเห็ดมน ผิวมันเนื้อแข็ง สีน้ำตาลเข็ม ก้านโคนใหญ่ เท่าที่พบดอกเห็ดตับเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีน้ำหนักเกือบ 2 กิโลกรัม มีขึ้นตามธรรมชาติตลอดแนวที่ลุ่มริมคลองโพธิ์ ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวภาคเหนือและภาคอีสานจะนิยมรับประทาน ปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู จะมีพ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อให้ราคาสูงกิโลกรัมละ 50-70-90 บาท มีความต้องการของตลาดสูงแต่เห็ดที่มีอยู่ในธรรมชาติไม่เพียงพอแก่ความต้อง การของตลาดมีเท่าไรขายหมดในหลายปีที่ผ่านมาชาวบ้าน ได้ลองผิดลองถูกพยายามเพราะเห็ดเต่าขายให้ทันตามความต้องการของตลาด เนื่องจากเห็ดตบเต่าไม่สามารถเพราะปลูกในโรงเรือนเหมือนกับเห็ดทั่วไป
เห็ดตับเต่าจะขึ้นตามธรรมชาติเฉพาะในพื้นที่ลุ่มริมคลองและต้องขึ้นปะปนอยู่ ในป่าโสนเท่านั้น ด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้านเฝ้าศึกษาใช้พยายามกันอยู่นานหลายปี จนทราบเคล็ดลับการเพราะปลูกเห็ดตับเต่าวิธีธรรมชาติผสมผสานกับเทคนิค ที่เกิดจากความคิดของชาวบ้าน
สามารถบังคับให้เห็ดตับเต่าออกดอกสร้างกำไรได้สำเร็จเป็นแห่งแรก จากการสังเกตพบว่า เห็ดตับเต่าชอบขึ้นตามที่ลุ่ม ปะปนกับต้นโสนมีปริมาณน้ำฝนตกลงพอสมควร
ชาวบ้านจึงเริ่มด้วยการเก็บเผาวัชพืชตามพื้นที่ลุ่มริมคลองก่อน จากนั้นจะติดตั้งสปริงเกอร์ ให้น้ำสร้างความชื้นสันทัดเพื่อให้เมล็ดต้นโสน ที่จมฝังตามพื้นดินทีมีอยู่ตามธรรมชาติ งอกเจริญเติบโตเป็นป่าโสนเมื่อต้นโสนมีอายุประมาณ 1 เดือนเศษ จะมีความสูงท่วมหัว เป็นช่วงจังหวะที่ชาวบ้านจะเข้าทำความสะอาดกำจัดวัชพืชใต้ต้นโสน ด้วยการวิธีถอนหรือ ถากถางเท่านั้น จะไม่ใช้สารเคมี รอฝนตกลงมาสร้างความชื้นให้เห็ดเจริญเติบโต
ต่อมาชาวบ้านได้ทดลองติดสปริงเกอร์ให้น้ำแทนฝนตก พบว่าได้ผลเกิดคลาด เห็ดเจริญเติบโตออกดอกก่อนกำหนดฝนตก
ปัจจุบันชาวบ้านที่เพราะปลูกเห็ดตับเต่ามีรายได้จากเห็ดตับเต่ามากกว่าทำนำ ทำแปลงเห็ดตับเต่า 1 ไร่ มีกำไรมากและดีกว่าทำนา 50 ไร่ ราคาซื้อขายหน้าแปลงเห็ด กิโลกรัมละ 50-70- 90 บาท เกษตรกรที่ดูแลเอาใจใส่ดีใช้น้ำอุณหภูมิที่เหมาะสมสม่ำเสมอ
จุดเด่น
เห็ดตับเต่ามีลักษณะดอกขนาดใหญ่ หมวกเห็ดมน ผิวมัน เนื้อแข็ง สีน้ำตาลเข็ม ก้านโคนใหญ่ เท่าที่พบดอกเห็ดตับเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีน้ำหนักเกือบ 2 กิโลกรัม มีขึ้นตามธรรมชาติตลอดแนวที่ลุ่มริมคลองโพธิ์ ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เคล็ดลับในการผลิต
เทคนิคผลิตเห็ดตับเต่านอกฤดูนี้ลุงออด ได้มาจากคุณลำไพซึ่ง ขั้นตอนการปฏิบัติเริ่มจากการโกยดินที่อยู่ในคลองจะนำเอาเมล็ดต้นโสนที่แช่น้ำอยู่ขึ้นมาด้วยเมล็ดโสนที่แช่น้ำอยู่พอเอาขึ้นมาก็จะขึ้น หว่านปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก (มูลโค มูลไก่) กระจายบางๆ ด้านบนทับทับดินที่ลอกคลองขึ้นมา รดน้ำให้ดินชุ่มชื้นเสมอ เมื่อรดน้ำต่อเนื่อง 10-15 วัน ดอกเห็ดจะเริ่มแทงดอกขึ้นจากดิน การออกดอกเห็ดจะเร็วหรือช้าขึ้นกับความชื้นในดิน ถ้าดินแห้งเห็ดจะไม่ออกดอกเลย ดอกเห็ดตับเต่านอกฤดูมีคนมาซื้อถึงในสวน ดอกตูม กก.ละ 70-90 บาท ดอกบาน กก.ละ 50 บาท ไร่หนึ่งได้เห็ด 10-20 กก. ห้ามใช้สารกำจัดวัชพืชโดยเด็ดขาด เพราะเห็ดจะไม่ออกดอกเลย และมีผลต่อเนื่องอยู่นาน อนึ่งการผลิตเห็ดตับเต่าปีหนึ่งทำได้หลายรุ่น จึงกลายเป็นรายได้หลักไปแล้ว
วัตถุดิบและส่วนประกอบ
-การเตรียมฐานที่
-นำเมล็ดพันธุ์ต้นโสนหว่าน
- พอต้นโสนขึ้นประมาณ ๗๐ เซนติเมตร ก็เอาเชื้อเห็ดไปลาดให้ทั่วพื้นที่
- การหมักเชื้อเห็ด นำเห็ดที่ดอกบานแล้วนำมาใส่ในกระป๋องแล้วเติมน้ำใส่ลง
ไปแล้วปิดฝาทิ้งไว้อย่างน้อย ๑ เดือน
- เห็ดตับเต่าจะขึ้นโดยอาศัยรากของต้นไม้
กลุ่มผู้ผลิต : การเพาะเห็ดตับเต่าใต้ต้นโสน
สถานที่ผลิต : บ้านเลขที่ ๑๑ หมู่ที่ ๔ ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
๑๓๑๖๐
หมายเลขโทรศัพท์ : ๐๘ ๒๙๕๓ ๙๘๑๑
ข้อมูลจาก : http://www.m-culture.in.th/album/160204/js/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

